Skip to main content

เริ่มต้นทำสเต็กกินเองที่บ้าน แบบสายอุปกรณ์(ราคาถูก)

·2 mins

นอกเรื่องจาก AI มาบ้างไหนๆก็สิ้นปีแล้ว จะปาร์ตี้ทั้งทีมันก็ต้องสเต็กชิ้นโตๆที่บ้านเองกันสักหน่อยใช่ไหมล่ะครับ กลิ่นเนื้อที่โดนไฟมัน สุดจะบรรยายอยู่แล้ว

แต่กับมือใหม่ที่ไม่รู้จะเริ่มยังไง ผมบอกเลยว่าควรไปติดตามช่อง “เนิร์ดเนื้อ” แล้วการทำสเต็กกินเองที่บ้านของคุณจะเปลี่ยนไป

แล้ววันนี้ผมก็หยิบ podcast ของช่อง “เนิร์ดเนื้อ” ที่เป็นการคุยกันระหว่าง “พี่เบน - เนิร์ดเนื้อ” และ “พี่เรย์ - อาจารย์สอนย่างเนื้อจาก Meat with Ray” จริงๆ จะมาชวนให้ไปฟังกันสนุกๆ และปลุกความเป็น “เนิร์ดเนื้อ” ในตัวคุณ แต่ถ้าใครไม่ว่างฟัง อยากได้วิธีแบบเร็วๆ เดี๋ยวผมรวบรัดตัดตอนให้ก่อน แล้วไปเก็บรายละเอียดกันทีหลังแล้วกัน ว่า…

🤓 มือใหม่ สเต็กเริ่มยังไง? #

ไม่พูดพร่ำทำเพลง ทุกคนอยากไปฉลองแล้ว ดังนั้น เราจะเริ่มกันจากสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำสเต็ก นั่นก็คือ

🥩 การเลือกเนื้อ #

มือใหม่มีโอกาสทำสเต็กพลาดมากๆ และความผิดพลาดพวกนั้นอาจจะทำให้คุณปิดใจกับการทำสเต็กกินเองไปเลย โดยเฉพาะเมื่อคุณเลือกเนื้อผิดส่วน…

ดังนั้นพี่ๆเค้าแนะนำให้เดินเข้าร้านเนื้อหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน แล้วเลือก primary cut ยอดนิยม 2 ตัวนี้ไปเลย

  • ริบอาย (Ribeye - สันแหลม)
  • สตริปลอยน์ (Striploin - สันนอก)

ช่วงราคาก็แล้วแต่พื้นที่และกำลังซื้อของทุกคนเลยครับ ไม่จำเป็นต้องเลือกที่แพงที่สุดในร้านนะ แต่ก๋เอากลางๆละกัน อย่างตามซุปเปอร์ก็เอาที่กิโลละ 3,000 - 4,500 บาทก็พอครับ

อย่าเพิ่งตกใจกับราคา เรากินกันคนเดียว 300g ก็อิ่มแล้ว ไม่ได้ซื้อมาเป็นกิโลเด้อ!! หรือถ้าคุณอยู่ต่างจังหวัดหรือแหล่งเนื้อโพนยางคำ(แบบผม) มันก็จะถูกลงมาอีก(เยอะ) 🤑

แล้วไม่ต้องไปคิดมากเรื่อง Grain-fed หรือ Grass-fed นะครับ เอามาเลยที่จ่ายไหวอย่างที่บอกไปตอนแรก แค่อย่าถูกจนน่าตกใจก็พอ

เนื้อดีๆพวกนี้แทบไม่ต้องหมักก็อร่อยครับ โรยเกลือก็เหลือเฟือแล้ว!!

และความหนาที่แนะนำ ไม่ควรต่ำกว่า 1 นิ้วนะครับ ลองคุยกับที่ร้านดูว่าเขาตัดให้ใหม่ได้ไหม หรือเลือกร้านที่ตัดหนาๆให้ได้อยู่แล้ว

เพราะเนื้อที่บางเกินไป โดนไฟแปปเดียวก็สุกทั้งชิ้นไปแล้ว จะมา Medium rare กันกี่โมง

🧰 อุปกรณ์ #

ขึ้นชื่อว่ามือใหม่ เราต้องพึ่งพาอุปกรณ์ครับ โดยอุปกรณ์หลักๆ ก็คือ…

1. เทอร์โมมิเตอร์ #

แบบที่เป็นเข็มทิ่มเข้าไปแล้วเห็นตัวเลขเลยน่ะ ราคาหลักร้อยหาซื้อได้ตามร้านในแอปส้ม ไม่ยากอยู่แล้ว (หรืออยากให้ผมปักตะกร้า จะได้สนับสนุนค่าเนื้อผมอีกที 🤣)

เอาจริงๆ ผมเคยดูคลิปของช่อง WONDER FOOD ที่ร้าน “มหาสาร” ก็ใช้เทอร์โมมิเตอร์นะครับ ร้านระดับนั้นยังใช้เล้ย

2. กระทะ #

จะเป็นเทปรอนหรือกระทะเหล็กหล่อ หรือกระทะอะไรก็ได้ขอแค่แบนๆหน่อย ก็ได้แล้วครับ อย่าไปคิดมาก ง่ายๆไว้ก่อน

3. นาฬิกาจับเวลา #

จริงอยู่ว่าเวลาไม่ได้ส่วนสำคัญเท่าไหร่ แต่มันก็ใช้อ้างอิงได้ เช่น จะพักเนื้อไปกี่นาที แล้วค่อยมาลองใช้เทอร์มิเตอร์จิ้มเช็คดูว่าสุกพอ หรือควรย่างต่อ

🔥 กระบวนการ #

แน่นอนว่าการทำสเต็กหลักๆมันก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการเอาเนื้อของเราไปนาบกระทะให้โดนความร้อน แล้วสุกอย่างที่ใจเราต้องการ

แต่สิ่งที่มือใหม่วงการทำอาหารมักจะถามถึงคือ “เวลา” ต้องนาบไฟนานกี่นาที? แต่ผมบอกเลยว่า

“เวลาไม่ใช่ส่วนสำคัญ” เพราะเตาไฟแต่ละคนแรงไม่เท่ากัน เนื้อก็หนาไม่เท่ากัน อุณหภูมืเนื้อที่เอามาย่างก็ไม่เท่ากัน แล้วเราจะมาคาดหวังกับเวลาได้อย่างไร!!

และเราควรจำ 2 ข้อนี้ไว้เป็นหลักเลย เพราะเป็นสิ่งที่มือใหม่พลาดกันบ่อย

1. เลิกใช้ “ใจ” และ “ความรู้สึก” #

เนื้อเราซื้อมาก็ไม่ได้ถูก

  • อย่าใช้ความรู้สึกด้วยการกดเนื้อว่านุ่มพอๆกับอุ้งมือหรือยัง
  • อย่ากะด้วยเวลาในใจ ตั้งเวลาไปเลยให้ชัดเจนว่าจะเช็คทุกที่นาที

2. เผื่อ Carry-over Cooking ด้วย! #

นี่คือจุดที่คนพลาดกันบ่อย เพราะคิดว่าเราวัดอุหภูมิมาแล้วได้ตัวเลขตามต้องการแล้วค่อยยกออกจากเตาทำแบบนั้นคุณจะได้สเต็กที่ “สุกเกิน” ความต้องการ

ให้ลองทำแบบนี้ดู:

สมมติอยากกิน Medium Rare(target ประมาณ 130°F) เราควรเอาเนื้อออกจากกระทะตั้งแต่ 110°F หรือควรเร่งไฟแรงเพื่อ Sear ผิวได้แล้ว

พอได้ผิวกรอบ เกรียม ครัช ดังใจหมายแล้ว ก็เอาออกจากกระทะมาพักบนตะแกรงหรือเขียงก็ได้

เพื่อให้ความร้อนค่อยๆกระจายตัววิ่งเข้าสู่แกนกลางของเนื้อ จนได้อุณหภูมิ 130°F ตอนที่วางพัก

จบแล้ว “ง่ายจนงง” ไหมล่ะ!!! มันง่ายจริงๆ ผมทำมาแล้ว

🤔 แล้ว พรศ ย่างอะไร #

ด้วยความที่ผมก็ติดตาม “เนิร์ดเนื้อ” มาจะ 2 ปีแล้ว จะเรียกว่า “มือใหม่” ก็คงไม่ใช่ ผมเริ่มขยับตัวเองจาก “กระทะ” ไปสู่ “เตาบาร์บีคิว” แบบมีฝาครอบแล้ว Two-Zone method คือท่าหลักของผมเลย

และเนื้อที่ผมเลือกทุกวันนี้จะเป็น secondary cut มากกว่า เพราะมันถูกและหาง่ายเพราะบ้านผมอยู่ใกล้ “โพนยางคำ”

เนื้อที่ถูกลงมาหน่อย ที่ผมลองแล้วก็พบว่ามันเอามาทำสเต็กได้เหมือนกันน้า

เพียงแต่ว่าเราอาจจะต้องเลือกมากขึ้น เพิ่มการ เลาะ, เล็ม, เอ็นหรือผังผืดออกบ้าง หรือแยกส่วนออกจากกัน

ส่วนมากมันจะถูกกั้นด้วย “มัน” หรือ “เอ็น” เราก็แยกมันออก ตัวอย่างคือ “ใบพาย” ที่แบ่งออกเป็น flat iron ได้นั่นเอง

อย่างในภาพประกอบ วันสิ้นปีนี้ผมเลือก “Chuck - สันคอ” ราคา 300 บาท นิดๆ

จะย่างทั้งชิ้นก็ได้ หรือจะแบ่งเนื้อนี้เป็น 2 ส่วน

  • ด้านบนเราก็จะได้เนื้อลายสวยๆ ไปหั่นเป็นชิ้นๆ ไว้คีบไปย่างบนเตาแบบยากินิกุ นุ่มๆละลายในปาก
  • ด้านล่างเล็มนิดๆหน่อยก็เอาไปย่างไฟจิ้มแจ่ว เคี้ยวเพลิน

ไม่มีอะไรแล้วครับ เดี๋ยวจะไปก่อไฟแล้ว ใครใช้เทคนิคไหน หรือมีเนื้อที่ไหนแนะนำบอกด้วยยยย

Happy New Year แล้วอย่าลืมไปตรวจ LDL กันเด้อ!! 🩺

ใครอยากเปิดฟังเต็มๆ อยู่ที่นี่เลยค้าบ https://www.youtube.com/watch?v=JeL7LALiMn8